การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น

ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น เซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดของผู้ที่มีสุขภาพดีจะได้รับการบริจาคจากบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนแปลก
หน้าที่เลือดเข้ากันได้หรือสมาชิกในครอบครัว1

หลักการทำงาน

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่นจะเหมือนกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากร่างกายตัวเอง ในข้อที่ว่าเซลล์มะเร็ง จะถูกทำลายด้วยเคมีบำบัดปริมาณมากก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเซลล์ต้นกำเนิดของคุณจะถูกแทนที่ด้วยเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค1,2 ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากร่างกายของตัวเองและการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่นคือ ผู้บริจาคและผู้รับเป็นคนละคนกัน1,2

สรุปสิ่งที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น

  • การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่นเป็นการทดแทนเซลล์ต้นกำเนิดที่เสียหายหรือถูกทำลายหลังการรักษา1
  • ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น ผู้บริจาคและผู้รับเป็นคนละคน ซึ่งหมายความว่าจะต้องหาผู้บริจาคที่เหมาะสม1
  • ขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่นมีดังนี้:1
     
    1. การค้นหาผู้บริจาค
    2. การรวบรวมเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค
    3. การปรับสภาพ (การให้เคมีบำบัดปริมาณมากเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง)
    4. การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (การให้เซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค)
    5. การดูแลหลังการรักษา

     

  • ความเสี่ยง ได้แก่ การปลูกถ่ายไม่สำเร็จ การติดเชื้อ และภาวะเซลล์ต้นกำเนิดใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วย (graft-versus-host disease) ภาวะเซลล์ต้นกำเนิดใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของผู้บริจาคโจมตีเซลล์ที่แข็งแรงของผู้รับ ทำให้ผิวหนัง ลำไส้ และตับเสียหาย1

สำหรับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น จะต้องใช้ผู้บริจาคที่มีเซลล์ที่ตรงกับผู้ป่วย2 หากผู้ป่วยมีพี่น้อง พี่น้องอาจเป็นคู่ที่เหมาะสม หากไม่มี การค้นหาจะขยายครอบคลุมเครือญาติหรือประชาชนทั่วไป3
 
เมื่อฉีดเซลล์ของผู้บริจาคแล้ว เซลล์เหล่านี้จะช่วยให้ไขกระดูกฟื้นตัวจากเคมีบำบัดและเริ่มสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ของผู้ป่วยขึ้นมาใหม่ ระบบภูมิคุ้มกันใหม่นี้สามารถกำหนดเป้าหมายไปที่เซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เหลืออยู่ได้ ซึ่งเป็นผลกระทบ
ที่รู้จักในชื่อภาวะต่อต้านเนื้องอก/มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (graft-versus-tumour/lymphoma effect)1,2

ภาวะต่อต้านเนื้องอก/มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ภาวะต่อต้านเนื้องอก/มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นผลที่ต้องการซึ่งเกิดขึ้นในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้บริจาคจะโจมตีเซลล์มะเร็งของผู้รับ1
 

ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วย (Graft-versus-host disease)

ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยเป็นผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น ระบบภูมิคุ้มกันจากภายนอกของผู้บริจาคจะโจมตีเซลล์ปกติของร่างกายของผู้รับ ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยมักทำให้เกิดอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่บางครั้งอาการอาจรุนแรงและอาจถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตได้1

กระบวนการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น1

1. การค้นหาผู้บริจาค

 
ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น เซลล์ต้นกำเนิดจะมาจากผู้บริจาค ซึ่งอาจเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้ เซลล์ของผู้บริจาคจะต้องตรงกับเซลล์ของผู้ป่วย โดยเฉพาะระบบแอนติเจนของเม็ดเลือดขาวในมนุษย์ (บางครั้งเรียกว่า HLA) แอนติเจนของเม็ดเลือดขาวในมนุษย์เป็นโปรตีนเฉพาะที่พบบนพื้นผิวของเซลล์ส่วนใหญ่ โปรตีนนี้ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจดจำเซลล์ที่เป็นของร่างกายของคุณ3,4 ยิ่งตรงกันมากเท่าไร ความเสี่ยงที่จะเกิดการปฏิเสธและภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยก็จะยิ่ง
ลดลงเท่านั้น3,4

2. การรวบรวมเซลล์ต้นกำเนิด

 
เซลล์ต้นกำเนิดจะถูกเก็บรวบรวมจากบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้ แต่เป็นผู้ที่มีเนื้อเยื่อที่เหมาะสม3,4 ผู้บริจาคจะได้รับการฉีดยาบางชนิดเป็นเวลาหลายวันก่อนการบริจาคเพื่อกระตุ้นการสะสมของเซลล์ต้นกำเนิดภายในกระแสเลือด5
 
ในกระบวนการที่เรียกว่าอะเฟเรซิสนั้น เลือดจะถูกดึงออกจากตัวผู้บริจาคและคัดกรองเซลล์ต้นกำเนิด จากนั้นเลือดที่เหลือจะถูกส่งคืนให้กับผู้บริจาคผ่านทางการฉีด5
 
อีกวิธีหนึ่งคือการเก็บรวบรวมเซลล์ต้นกำเนิดโดยตรงจากไขกระดูกโดยการผ่าตัด จากนั้นจึงทำการปลูกถ่ายด้วยวิธีเดียวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเม็ดเลือด5

3. การปรับสภาพ (เคมีบำบัดปริมาณมาก)

 
ก่อนการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด คุณจะต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับเคมีบำบัด ซึ่งอาจทำร่วมกับการฉายรังสีก็ได้ การรักษานี้นำมาใช้เพื่อกดภูมิคุ้มกันและลดการผลิตเซลล์เม็ดเลือดเพื่อป้องกันการปฏิเสธการปลูกถ่าย และคาดหวังว่าจะสามารถขจัดเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ได้ นอกจากนี้ การปรับสภาพยังสร้างพื้นที่ให้กับเซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาครายใหม่4
 
คุณจะต้องรับประทานยาที่กดภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาคและระบบภูมิคุ้มกันของคุณต่อสู้กันเอง1

4. การปลูกถ่าย

 

หลังจากปรับสภาพแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับเซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาคผ่านทางการฉีด4
เป้าหมายคือเพื่อให้เซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้พัฒนาเป็นระบบเลือดที่แข็งแรงพร้อมเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำงานได้1,4
นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่สามารถช่วยโจมตีเซลล์มะเร็งที่เหลือซึ่งอาจเล็ดลอดมาจากเคมีบำบัดได้ (ภาวะต่อต้านเนื้องอก/มะเร็งต่อมน้ำเหลือง)1

5. การดูแลหลังการรักษา

 

เนื่องจากผลข้างเคียงและผลที่ตามมาในระยะยาวของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากคนอื่น จำเป็นต้องมีการดูแลติดตามผลในระยะยาวอย่าง
ใกล้ชิด ดังนั้นการเต็มใจให้ความร่วมมือกับแพทย์ผู้รักษาจึงมีความสำคัญมาก1

ความเสี่ยง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากคนอื่น ได้แก่:1

  • การปฏิเสธเซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาค
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดการติดเชื้อมีมากขึ้นหลังการปลูกถ่าย ดังนั้นทีมแพทย์ของคุณจะใช้ขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อ

ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วย (Graft-versus-host disease)

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่นคือภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วย ที่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้บริจาคจะโจมตีเซลล์ปกติของร่างกายตัวเอง1 ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยแบ่งออกมาเป็นสองชนิด:1

 

  • ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยแบบเฉียบพลันเกิดขึ้นภายใน 100 วันแรกใน 50% ของเคส โดยส่วนใหญ่ส่งผลต่อลำไส้ ผิวหนัง และตับ1,6
  • ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยแบบเรื้อรังเกิดขึ้นหลังจาก 100 วัน และมักเกิดขึ้นภายในปีแรกและส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยประมาณ 50% ภาวะนี้มักส่งผลกระทบต่อปาก ผิวหนัง ลำไส้ และตับ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อดวงตา ข้อต่อ ปอด และอวัยวะสืบพันธุ์ได้อีกด้วย1 ภาวะสเต็มเซลล์ใหม่ต้านร่างกายผู้ป่วยแบบเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตหลังการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้อื่น7

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างผลข้างเคียงที่สำคัญที่สุด/ที่พบบ่อยที่สุดเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด และอาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ เกิดขึ้นได้

 

เนื่องจากผลข้างเคียงและผลที่ตามมาในระยะยาวของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากคนอื่น จำเป็นต้องมีการดูแลติดตามผลในระยะยาวอย่างใกล้ชิดโดยทีมดูแลสุขภาพ1

คุณอาจสนใจ:

เคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด

เคมีบำบัดภูมิคุ้มกันบำบัดที่ใช้รักษามีแบบใดบ้าง คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกและกลยุทธ์ของเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้จากที่นี่

การรักษามะเร็งด้วยเซลล์ CAR T

การรักษามะเร็งด้วยเซลล์ CAR T ถือเป็นทางเลือกในการรักษาแบบใหม่ คุณจะพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการรักษานี้ได้ผลเป็นอย่างไร หรือจะทำการรักษาได้ด้วยวิธีการใดได้จากที่นี่

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด

ทางเลือกหนึ่งในการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองคือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ปลูกถ่ายจากร่างกายของผู้ป่วยเองหรือแบบที่นำมาจากผู้อื่น คุณสามารถดูภาพรวมได้จากที่นี่

การฉายรังสี

รูปแบบของการรักษามะเร็งที่พบบ่อยมากคือการฉายรังสี วิธีนี้ยังนำมาใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองอีกด้วย คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉายรังสีได้จากที่นี่

การใช้ยารักษามะเร็งอย่างตรงจุด

การรักษาบางทางเลือกสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้โดยเฉพาะ รวมไปถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่

แหล่งข้อมูล

เนื้อหาสำหรับรับชมและดาวน์โหลดสามารถพบได้ที่นี่

References:

  1. 1. Lymphoma Action. Donor (allogeneic) stem cell transplants. https://lymphoma-action.org.uk/about-lymphoma-treatment-lymphoma-stem-cell-transplants/donor-stem-cell-transplants#risks-sct (accessed 29 August 2024).
  2. 2. Lymphoma Action. Stem cell transplants. Available at https://lymphoma-action.org.uk/about-lymphoma-treatment-lymphoma/stem-cell-transplants (accessed 28 August 2024).
  3. 3. Parkway Cancer Centre. Stem cell therapy. Available at https://www.parkwaycancercentre.com/sg/treatments/stem-cell-therapy#:~:text=Allogeneic%20stem%20cell%20(stem%20cells,after%20chemotherapy%20and%2For%20radiotherapy (accessed 30 August 2024).
  4. 4. Lymphoma Action. Having a stem cell transplant. Available at https://lymphoma-action.org.uk/about-lymphoma-treatment-lymphoma-stem-cell-transplants/having-stem-cell-transplant (accessed 29 August 2024).
  5. 5. Leukaemia Foundation. Blood stem cell (bone marrow) donation. Available at https://www.leukaemia.org.au/get-involved/bone-marrow-donor/ (accessed 30 August 2024).
  6. 6. Justiz Vaillant AA, Modi P, Mohammadi O. Graft-Versus-Host Disease. [Updated 2024 Jun 7]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK538235/
  7. 7. DeFilipp Z et al. Blood Adv. 2021;5(20):4278–4284.