เคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด

เคมีบำบัดเป็นการรักษามะเร็งโดยทั่วไปที่ใช้เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยจะออกฤทธิ์โจมตีเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์มะเร็ง เมื่อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย เคมีบำบัดยังสามารถโจมตีเซลล์มะเร็งที่ลุกลามเกินบริเวณเนื้องอกเดิมได้อีกด้วย โดยปกติแล้วการรักษาจะทำเป็นรอบ เพราะไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งทั้งหมดได้ด้วยยาเพียงโดสเดียว1,2

เคมีบำบัดทำงานอย่างไร

 
เคมีบำบัดประกอบด้วยยาที่ทำลายเซลล์ ซึ่งหมายความว่ายานั้นมีพิษต่อเซลล์ โดยทั่วไปแล้ว เคมีบำบัดถือเป็นการรักษาอย่างเป็นระบบเนื่องจากยาจะแทรกซึมไปทั่วร่างกาย2,3 โดยทั่วไปแล้ว เคมีบำบัดจะไม่แยกความแตกต่างระหว่างเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง การรักษาด้วยวิธีนี้จึงโจมตีเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็วทั้งหมด รวมถึงเซลล์ต่อมรากผม ซึ่งเป็นสาเหตุที่อธิบายว่าผลข้างเคียงทั่วไป เช่น ผมร่วง จึงอาจเกิดขึ้นได้2,3

เคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด – หมายความถึงอะไรกันแน่

เคมีบำบัดมักใช้ร่วมกับแอนติบอดี เช่น ริทูซิแมบ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง การใช้ร่วมกันลักษณะนี้เรียกว่าเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด4,5 แอนติบอดีจะกำหนดเป้าหมายเฉพาะที่โปรตีนบางชนิดบนพื้นผิวของเซลล์มะเร็ง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง4

การรักษาด้วยเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดจะใช้เวลา 16 ถึง 24 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดและการพยากรณ์โรคของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง6 การรักษาเฉพาะของเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ และการรักษาอาจแตกต่างจากที่อธิบายไว้ที่นี่ แพทย์จะปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

เคมีบำบัดสามารถใช้รักษาโรคมะเร็ง ลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำ หยุดหรือชะลอการเติบโตได้1 ตัวอย่างเช่น ในกรณีของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเซลล์ B ขนาดใหญ่แบบกระจาย (diffuse large B-cell lymphoma, DLBCL), เคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดสามารถควบคุมโรคได้ในระยะยาวในผู้ป่วยประมาณ 90% ที่แสดงอาการโรคในระยะเริ่มต้น และมากถึง 60% ในผู้ป่วยที่แสดงอาการในระยะลุกลาม7

เคมีบำบัดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเซลล์เนื้องอกเท่านั้น แต่ยังสามารถทำลายเนื้อเยื่อที่แข็งแรงได้อีกด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ซึ่งแพทย์ผู้รักษาจะอธิบายให้คุณทราบ2
 
ผลข้างเคียงที่สำคัญของเคมีบำบัด ได้แก่:2

ภาวะโลหิตจางและเลือดออก

ปัญหาของระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย

ความเสียหายของเส้นประสาท

ผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่ควรทราบ ได้แก่:2

  • อ่อนล้า
  • ผมร่วง
  • การติดเชื้อ
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้และอาเจียน

เคมีบำบัดอาจทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดลดลง เม็ดเลือดขาวที่ลดลงมากจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อ แพทย์สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้โดยการสั่งยาบางชนิดหรือแนะนำให้ถ่ายเลือด8
 
สำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก ผมร่วงที่เกิดจากเคมีบำบัด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดด้วย ถือเป็นปัญหาของการรักษา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเคมีบำบัดไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อรากผม และเส้นผมจะงอกขึ้นมาใหม่ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังทำเคมีบำบัดเสร็จแล้ว9
 
เคมีบำบัดบางชนิดอาจทำให้เส้นประสาทส่วนปลายได้รับความเสียหาย เช่น เส้นประสาทที่ตรงไปที่มือและเท้า ทำให้เกิดอาการชาหรือรู้สึกเจ็บแปลบ ผู้ป่วยที่สังเกตเห็นผลข้างเคียงนี้ระหว่างการรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม10

ผลข้างเคียงของเคมีบำบัดในระยะยาว

เคมีบำบัดอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ หากคุณต้องการมีบุตรในอนาคต คุณควรหารือเรื่องนี้กับแพทย์ก่อนเริ่ม
การรักษา แพทย์อาจแนะนำทางเลือก เช่น การแช่แข็งไข่หรือการเก็บอสุจิก่อนเริ่มการรักษา11
 
ยาต้านมะเร็งบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและผู้ที่ได้รับยาบางชนิดในปริมาณที่สูงขึ้น11,12

การรักษาด้วยแอนติบอดีมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

อาจเกิดปฏิกริยาจากการให้ยาทางเส้นเลือดได้ โดยเฉพาะกับยาโดสแรก ปฏิกริยาเหล่านี้อาจได้แก่ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ หายใจถี่ มีไข้ และหนาวสั่น ดังนั้น การรักษาครั้งแรกจึงมักออกมาในรูปของการให้ยาทางเส้นเลือดช้า ๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงเหล่านี้13–15

*นี่คือภาพรวมของผลข้างเคียงเท่านั้น โปรดดูรายละเอียดเฉพาะของยาที่เกี่ยวข้องในเอกสารกำกับยา

คุณอาจสนใจ:

การเตรียมตัวเข้ารับการรักษา

มีคำถามมากมายเกิดขึ้นเมื่อวางแผนการรักษา คุณจะเตรียมตัวมาพบแพทย์ตามเวลานัดและพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างไร ที่นี่คุณจะพบหัวข้อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเข้ารับการรักษา

การรักษามะเร็งด้วยเซลล์ CAR T

การรักษามะเร็งด้วยเซลล์ CAR T ถือเป็นทางเลือกในการรักษาแบบใหม่ คุณจะพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการรักษานี้ได้ผลเป็นอย่างไร หรือจะทำการรักษาได้ด้วยวิธีการใดได้จากที่นี่

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด

ทางเลือกหนึ่งในการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองคือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ปลูกถ่ายจากร่างกายของผู้ป่วยเองหรือแบบที่นำมาจากผู้อื่น คุณสามารถดูภาพรวมได้จากที่นี่

การฉายรังสี

รูปแบบของการรักษามะเร็งที่พบบ่อยมากคือการฉายรังสี วิธีนี้ยังนำมาใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองอีกด้วย คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉายรังสีได้จากที่นี่

การใช้ยารักษามะเร็งอย่างตรงจุด

การรักษาบางทางเลือกสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้โดยเฉพาะ รวมไปถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่

แหล่งข้อมูล

เนื้อหาสำหรับรับชมและดาวน์โหลดสามารถพบได้ที่นี่

References:

  1. 1. National Cancer Institute. Chemotherapy to treat cancer. Available at https://www.cancer.gov/about-cancer/treatment/types/chemotherapy#:~:text=Working%20during%20chemotherapy-,How%20chemotherapy%20works%20against%20cancer,stop%20or%20slow%20its%20growth (accessed 26 August 2024).
  2. 2. Cleveland Clinic. Chemotherapy. Available from https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/16859-chemotherapy (accessed 27 August 2024).
  3. 3. Macmillan Cancer Support. Chemotherapy. Available from https://www.macmillan.org.uk/cancer-information-and-support/treatment/types-of-treatment/chemotherapy#:~:text=Chemotherapy%20uses%20anti%2Dcancer%20(cytotoxic,cells%20anywhere%20in%20the%20body (Accessed 27 August 2024).
  4. 4. Lymphoma Action. Targeted treatments and antibody therapy. Available at https://lymphoma-action.org.uk/about-lymphoma-treatment-lymphoma/targeted-treatments-and-antibody-therapy (accessed 27 August 2024).
  5. 5. Cancer Research UK. Treatment options for non-Hodgkin lymphoma. Available at https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/non-hodgkin-lymphoma/treatment/decisions (accessed 27 August 2024).
  6. 6. Cancer Research UK. Chemotherapy for non-Hodgkin lymphoma. Available at https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/non-hodgkin-lymphoma/treatment/chemotherapy-treatment (accessed 4 February 2025).
  7. 7. Susanibar-Adaniya S, Barta SK. Am J Hematol. 2021; 96(5): 617–629.
  8. 8. Mayo Clinic. Low blood cell counts: Side effects of cancer treatment. Available at https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cancer/in-depth/cancer-treatment/art-20046192 (accessed 3 September 2024).
  9. 9. Mayo Clinic. Chemotherapy and hair loss: What to expect during treatment. Available at https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/chemotherapy/in-depth/hair-loss/art-20046920 (accessed 3 September 2024).
  10. 10. Macmillan Cancer Support. Peripheral neuropathy. Available at https://www.macmillan.org.uk/cancer-information-and-support/impacts-of-cancer/peripheral-neuropathy (accessed 3 September 2024).
  11. 11. Healthline. What are the long-term side effects of chemotherapy? Available at https://www.healthline.com/health/cancer/long-term-side-effects-of-chemotherapy (accessed 3 September 2024).
  12. 12. Cleveland Clinic. Cardiotoxicity: Cancer Treatment and the Heart. Available at https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16858-chemotherapy--the-heart-cardiotoxicity (accessed 3 September 2024).
  13. 13. American Cancer Society. Monoclonal antibodies and their side effects. Available at https://www.cancer.org/cancer/managing-cancer/treatment-types/immunotherapy/monoclonal-antibodies.html (accessed 3 September 2024).
  14. 14. Cancer Research UK. Monoclonal antibodies (MABs). Available at https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/treatment/immunotherapy/types/monoclonal-antibodies (accessed 3 September 2024).
  15. 15. Hansel TT et al. Nat Rev Drug Discov. 2010 Apr;9(4):325–338.